วันนี้มีบทสัมภาษณ์ของมิกจัง กับคุณสามีมาให้อ่านกันครับ
โชจิ โทโมฮารุ และ ฟุจิโมโตะ มิกิ ได้ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวในงานแถลงข่าวเกี่ยวกับงานแต่งงานของทั้งคู่ที่ โรงแรมในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม โดยบรรยากาศการสัมภาษณ์เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม
โชจิ:
เมื่อวานนี้ วันที่ 11 กรกฎาคม 2009 ผม โชจิ โทโมฮารุ กับ ฟุจิโมโตะ มิกิ ได้ไปยื่นทะเบียนสมรสที่เขตแล้วครับ
ตั้งแต่นี้ไปเราสองคนจะพยายามไปด้วยกันดังนั้นก็ขอให้ทุกคนกรุณาสนับสนุนพวกเราด้วย
ส่วนงานฉลองแต่งงาน พวกเราได้จัดไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่เกาะฮาวาย เป็นงานแต่งงานที่น่าประทับใจมากๆ
มิกิตี้น่ารักมากๆ เลยครับ เล่นเอาผมใจสั่นไปเลยล่ะ- -
รู้สึกอย่างไรบ้างที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น โชจิ มิกิ แล้ว? (**โชจิ เป็นนามสกุลค่ะ ไม่ใช่ชื่อจริง ...ฝ่ายชายถูกเรียกด้วยชื่อสกุลบ่อยๆ บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชื่อ ^^")
ฟุจิโมโตะ:
ยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ เมื่อวานนี้ไปยื่นทะเบียนสมรสที่เขตมา อดรู้สึกตื้นตันไม่ได้ คิดไปว่า อ๊ะ นามสกุลเราเปลี่ยนไปแล้วนี่นาโชจิ:
ดีใจ ครับ มันเยี่ยมสุดๆ ไปเลย ผมอยากให้เธอรับโทรศัพท์ที่บ้านโดยขานออกไปว่า "โชจิค่ะ" เร็วๆ จัง แต่ตอนนี้พวกเรายังมีแค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้นก็เลยอยากรีบๆ ไปซื้อโทรศัพท์มาแล้ว- -
บรรยากาศงานแต่งงานที่ฮาวายโชจิ:
ก็ ไม่ถึงกับซาบซึ้งจนร้องไห้หรอกครับ งานดำเนินไปอย่างน่าอบอุ่นท่ามกลางครอบครัวของเราทั้งสองคนที่มาร่วมเป็น สักขีพยาน มันไม่มีช่วงเวลาที่เราร้องไห้กันน้ำตาไหลพรากอะไรแบบนั้นหรอก เราก็ดำเนินงานไปแบบสนุกๆ สบายๆ ในแบบของเราทั้ง 2 คนครับ ส่วนเรื่องแหวนนี่พิเศษหน่อย คนรู้จักของพวกเราช่วยออกแบบให้ก็เลยเป็นแหวนที่ไม่ซ้ำแบบใครฟุจิโมโตะ:
ถึง แม้ว่าขั้นตอนการแลกแหวนของพวกเราจะผ่านไปอย่างราบรื่น แต่เพราะเป็นงานแต่งงานที่จัดที่เมืองนอกก็เลยอดเขินไม่ได้ค่ะที่ต้องพูดคำ ภาษาอังกฤษแบบพวก "I give"
ส่วนตัวแหวน ก่อนหน้านี้ชั้นจินตนาการหน้าตาไม่ออกเลย ตอนที่ได้จริงๆ ก็เลยปลื้มมากๆ เลยล่ะค่ะ- -
ทั้งคู่เดินจับมือกันเข้ามาให้ห้องแถลงข่าวเลยเชียวโชจิ:
ตอน ที่ยืนแสตนบายกันอยู่ข้างหลัง ผมเป็นคนชวนเองให้มาจับมือกันเถอะ แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า "เอ๊ะ จะจับมือกันเหรอ?" แต่ผมก็ไม่สนใจแล้วก็คว้ามือเธอมาจับไว้ก่อนจะเดินออกมาเลยครับฟุจิโมโตะ:
จริงๆ แล้วก็รู้สึกเขินๆ อยู่ค่ะก็เลยไม่ค่อยอยากจับมือกันออกมา แต่พอออกมาจริงๆ แล้วก็รู้สึกดีใจค่ะที่ทำแบบนี้- -
สิ่งที่ชอบเกี่ยวกับกันและกันมากที่สุดคือฟุจิโมโตะ:
จริงๆ แล้วก็ทั้งหมดแหละค่ะ แต่ถ้าส่วนที่ทำให้ชั้นมีความสุขมากๆ ก็คือเค้าเป็นคนใจดีแล้วก็จะนึกถึงชั้นอยู่เสมอไม่ว่าทำอะไรโชจิ:
ผม เองก็ชอบทั้งหมดเหมือนกันครับ แต่ถ้าเป็นจุดที่ทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาว่าอยากจะแต่งงานกับคนๆ นี่แหละ ก็คือการที่เธอคิดถึงตัวผมมากกว่าตัวเธอเอง ตั้งแต่เราหมั้นกันจนถึงเมื่อวานนี้ที่ไปยื่นทะเบียนสมรสเธอก็จะคอยเป็นห่วง คิดเรื่องงานและเรื่องต่างๆ ของผมมากกว่าที่จะคิดเรื่องของเธอเองตลอด... เอาเป็นว่าผมชอบเธอนั่นแหละครับ- -
พอมาอยู่ด้วยกันแล้ว เรื่องกับข้าวเป็นยังไงบ้าง?โชจิ:
ตอน นี้เรายังไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันซะทีเดียว สำหรับเราสองคน มาถึงขั้นนี้แล้วก็อยากจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยครับ ส่วนที่อยู่ใหม่ก็หากันไว้แล้วฟุจิโมโตะ:
หลังจากกลับมาจากฮาวายเราก็ยังไปๆ มาๆ กันอยู่ เราอยากจะอยู่ด้วยกันหลังจากจดทะเบียนให้เรียบร้อยแล้วน่ะค่ะ
เมื่อวานนี้ไปจดมาเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปก็จะค่อยๆ เริ่มจัดการเรื่องย้ายที่อยู่กันแล้วล่ะ- -
ความรับผิดชอบต่อแฟนๆ ที่มาแต่งงานกับคนที่เป็นไอดอลโชจิ:
เรา ทำให้คนหลายคนต้องเดือนร้อนเมื่อตอนที่ถูกถ่ายภาพตอนที่อยู่ด้วยกัน ดังนั้นเราจึงตัดสินใจแล้วว่าจะต้องทำให้ทุกคนได้เห็นว่า "เรา 2 คนจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอย่างแน่นอน" ผมอยากให้แฟนๆ ได้เห็นเราที่ร่วมแรงร่วมใจกันและมีความสุข ยังไงก็ช่วยเชียร์พวกเราด้วยนะครับ- -
เป็นห่วงเรื่องนอกใจบ้างรึเปล่าฟุจิโมโตะ:
ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคิดห่วงบ้างเลยหรอกค่ะ แต่พอถามแล้วเค้าตอบกลับมาว่า "ไม่ทำหรอก" ชั้นก็ทำได้แค่เชื่อมั่นในตัวเค้าเท่านั้นโชจิ:
"แล้ว ถ้าเกิดจับได้ขึ้นมา" ทำไมพูดแบบนี้ล่ะครับ! ผมไม่นอกใจหรอกน่า มาถามอะไรแบบนี้กันเนี่ย (หัวเราะ) //"แล้วถ้าภรรยานอกใจล่ะ"// เลิกถามเรื่องนี้ซักทีได้มั้ยครับเนี่ย! ไม่ทำหรอกครับ อย่าพูดเหมือนกับภรรยาของคนอื่นเป็นผู้หญิงใจง่ายแบบนั้นสิครับฟุจิโมโตะ:
ไม่นอกใจแน่นอนเลยค่ะ- -
แล้วหลังจากขอแต่งงานที่ริมน้ำไปแล้วเป็นยังไงต่อ (**ถ้าได้อ่านข่าวก่อนหน้านี้กันนะคะ โชจิตั้งใจจะไปขอแต่งงานในทุ่งดอกทานตะวันที่มิกิชอบแต่เขินไม่กล้าสุดท้าย เลยต้องกลับมาขอแต่งงานที่บ้านซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ แต่มิกิยังไม่ค่อยพอใจเลยขอให้มาขอแต่งงานใหม่อีกทีแบบที่ตั้งใจมากกว่านี้)
โชจิ:
เพราะ เธอขอเอาไว้ครับ ว่าอยากให้ขอแต่งงานแบบที่ดูตั้งใจ ตระเตรียมอะไรมามากกว่านี้หน่อย ผมก็เลยคิดว่าเธอคงจะดีใจถ้ามีเจ้าเหมียวคิตตี้ที่เธอชอบมาร่วมเป็นสักขี พยานด้วยในช่วงเวลาตอนที่ขอแต่งงาน จากนั้นผมก็เลยไปขอพบผู้ใหญ่ในซาริโอ้โดยตรงแล้วบรรยายความรู้สึกนี้ให้ฟัง ซึ่งท่านก็ตกลงว่าจะช่วย ที่สวนสนุก Puroland (**สวนสนุกของซาริโอ้) คิตตี้จังก็เลยถือแหวนแต่งงานเข้ามาเซอร์ไพร์สแล้วผมก็ทำการสมแหวนเข้าไปที่ นิ้วของเธอฟุจิโมโตะ:
รู้สึก พอใจจนเกินพอเลยล่ะค่ะ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จแบบที่ไม่มีทางที่จะมีการขอแต่งงานที่ดีไปกว่านี้ ได้อีกแล้ว เค้าอุตส่าห์ช่วยกลับมาขอชั้นอีกครั้งตามที่ชั้นได้ขอไปด้วย- -
แล้วแผนการเกี่ยวกับเรื่องลูกฟุจิโมโตะ:
ใน ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ หลังจากที่มีลูกแล้วเราคงไม่ค่อยมีเวลา ตอนนี้หลังจากแต่งงานกันแล้วในที่สุดเราก็สามารถไปที่ไหนๆ ด้วยกันได้ซักที ก่อนอื่นก็เลยอยากจะขอใช้เวลาร่วมกัน 2 คนให้เต็มที่ก่อนแล้วค่อยมีลูกค่ะโชจิ:
จน ถึงตอนนี้ การเดทที่ดูเป็นการเดทจริงๆ นอกจากที่กัมบังโยคุแล้ว เรายังไม่เคยได้ไปที่อื่นเลยครับ (**เดทที่กัมบังโยคุ คือการเดทที่โดนถ่ายรูปลงนิตยสารเมื่อ 2 ปีก่อน) สิ่งต่างๆ ที่คนเป็นแฟนเค้าทำกัน เราเองก็ยังไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่เลย ก่อนอื่นหลังจากงานแถลงข่าวนี้แล้ว เราก็อยากจะไปลืมสิ่งไม่ดีๆ กันที่กัมบังโยคุ แล้วจากนั้นก็อยากจะสนุกไปด้วยกัน 2 คนอีกซักพัก- -
ถ้าเกิดต้องมีเข้าฉากเลิฟซีนระหว่างการทำงานโชจิ:
ยัง ไงก็ไม่ได้แน่นอนครับ ผมไม่ใช่พวกที่คิดได้ว่ามันก็เป็นแค่ละคร และถึงแม้ว่าจะมีคนมาชวนให้ตัวผมเองเล่มผมก็จะปฏิเสธเหมือนกัน อย่างแบรด พิตต์เอง หลังจากมีลูกแล้วก็ดูเหมือนจะปฎิเสธฉากแบบนี้เหมือนกันนะครับ ยังไงๆ ก็เป็นไปไม่ได้ มันคงจะน่าเศร้าเกินไปถ้าเราต้องดูคนที่เรารักเล่นบทแบบนั้น ถ้าสมมติจะต้องเล่นขึ้นมาให้ได้จริงๆ ผมก็จะไปดูตอนเธอเล่นด้วย อย่างพวกละครเวทีผมก็จะไปดูทุกวันเลยครับฟุจิโมโตะ:
ค่ะ ก็คงจะต้องเป็นตามนั้น (หัวเราะ) คงจะเล่นแค่ในระดับนึงเท่านั้นล่ะค่ะ- -
ว่ากันว่าดาราตลกที่มีความสุขจะเล่นมุขได้ไม่ฮาโชจิ:
ไม่จริงหรอกครับ เพราะมีเธออยู่ผมถึงได้พยายามต่างหาก- -
ได้แจ้งข่าวการแต่งงานให้รุ่นพี่อย่าง คุณจินไน โทโมโนริ กับ คุณคิมุระ ยูอิจิ ทราบบ้างรึเปล่า?โชจิ:
แจ้งครับ ผมติดต่อจินไนซังไปหลังจากหมั้นแล้ว แต่ดูเหมือนเวลาจะไม่ดีเลยมาร่วมงานด้วยไม่ได้
ถึงแม้ว่าทุกคนจะเพียงแค่อวยพรให้เราสองคนแต่ทุกคนก็เชียร์เราอยู่- -
ใครเป็นคู่สามีภรรยาตัวอย่างโชจิ:
ทุก คู่ก็เป็นคู่สามีภรรยาที่เป็นยกย่องในแบบที่แตกต่างกันออกไปครับ สำหรับพวกเราที่ยังเป็นแค่มือใหม่ ก็อยากจะดูหลายๆ คู่เป็นตัวอย่างและค่อยๆ เติบโตไปด้วยกันช้าๆ- -
เรียกกันและกันว่าอะไรโชจิ:
มิกิจังฟุจิโมโตะ:
ส่วนชั้นเรียกว่า โทโมจัง ค่ะ ..เขินจัง- -
แผนการต่อจากงานแถลงข่าวนี้โชจิ:
ผมต้องไปถ่ายทำรายการ "Otameshika!" (TV Asahi) นอกสถานที่ครับ จะอยู่ถ่ายทำที่นากาโจบะจนดึก วันนี้คงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันฟุจิโมโตะ:
จะ ไปเข้าคอร์สติวข้อสอบข้อเขียนของการสอบใบขับขี่ค่ะ ถึงแม้ว่าชั้นจะยังไม่ได้สอบตกแต่ก็ยังไม่ผ่านค่ะ เมื่อเช้าชั้นก็เพิ่งจะไปเข้าสอบมา คิดว่าคงจะตกข้อเขียนนี่แหละค่ะ ชั้นไม่มีความเชื่อมั่นเลย เมื่อวานนี้เราก็ไปซื้อหนังสือแนวข้อสอบมาด้วยกัน ชั้นตั้งใจว่าอยากจะสอบให้ผ่านภายใน 3 ครั้งค่ะ (**การสอบใบขับขี่ของที่ญี่ปุ่นยากมาก ไม่เหมือนบ้านเราค่ะ แต่มิกจังเขียนในบล็อกแล้วว่าสรุปผลออกมาคือสอบผ่านค่ะ ผ่านในครั้งเดียวเลย ดีใจด้วยย ^^)- -
จนถึงตอนนี้ ช่วงเวลาไหนที่รู้สึกได้ถึงความรักของอีกฝ่ายมากที่สุดโชจิ:
สำหรับผมคงเป็นตอนที่ป่วย ถึงแม้ว่างานจะยุ่งมากแต่พอมีเวลาว่างปุ๊บเธอก็รีบมาพยาบาลผมที่บ้านครับ
พอเจอแบบนั้นก็เลยรู้สึกได้ว่าเค้าคอยดูแลเราอยู่ เค้าให้ความสำคัญกับเรา ถึงแม้ว่าวิธีการของเธอจะเป็นในแบบของตัวเธอเองอยู่ซักหน่อยก็ตามครับฟุจิโมโตะ:
การที่เค้าทำให้เราหัวเราะได้ในเวลาที่เรารู้สึกหดหู่แล้วก็คอยสังเกตดูความรู้สึกของเราอยู่เสมอๆ
อย่างตอนที่อยู่ในสวรสาธารณะที่โอไดบะ เค้าก็จะทำท่าตลกๆ ออกมาให้เราดู ถึงแม้ว่ามันจะน่าอายนิดหน่อยแต่ก็เป็นวิธีที่ทำให้เรารู้สึกร่าเริงในแบบ ของเค้า ดีใจมากเลยค่ะ- -
ปริมาณของ "ความรัก" ที่มีให้กันโชจิ:
อย่าง ผม สมมติว่าผมได้รับความรักจากเธอมาซัก 100 ผมก็จะให้ตอบแทนกลับไปมากขึ้นอีกนิดประมาณ 101 แล้วจากนั้นผมก็จะได้รับจากเธอตอบกลับมาเป็น 102 พอเป็นแบบนั้นผมก็จะคืนเธอกลับไปอีกเป็น 103 เป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นความรักของเราก็เลยเหมือนกับการเดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ผมจะคอยแสดงความรักกับเธอใหม่ในทุกๆ วัน อย่างตอนนี้เรามาถึงขั้นที่ 1 ร้อยล้าน กับอีก 1 ,105,210 แล้วครับฟุจิโมโตะ:
ตามนั้นเลยค่ะ (หัวเราะ)- -
อาหารทำเองที่ชอบทานโชจิ:
หัว ไชเท้าต้มกับปลา yellow tail ครับ มันอร่อยสุดๆ ไปเลย เธอเป็นคนที่ไม่ชอบใช้เวลาอยู่กับการทำอาหารนานถึงขนาดนั้น มักจะทำเมนูที่ทำได้เร็วๆ ให้ทานบ่อยๆ ครับฟุจิโมโตะ:
ชั้นถนัดทำอาหารประเภทต้มค่ะ- -
มีความพร้อมกับการจะเป็นภรรยาที่ทำงานในวงการบรรเทิงไปด้วยมากแค่ไหน?ฟุจิโมโตะ:
ถึง แม้ว่าตามประสบการณ์ของพวกรุ่นพี่จะว่ากันว่า ในวงการมายามีสิ่งที่คอยล่อลวงอยู่เยอะแยะมากมาย แต่ชั้นก็คงทำได้แค่เชื่อมั่นเท่านั้นค่ะ สำหรับชั้นคิดว่า แทนที่จะก้าวถอยหลังกลับมาสัก 3 ก้าว ชั้นจะต้องก้าวขึ้นไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งเพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้มากกว่า
เครดิต http://www.helloproject.in.th บ้านหลังใหม่ของไทยแฟนคลับ